คู่มือเริ่มต้นใช้งาน MT5 WebTrader: จากล็อกอินถึงเปิดออเดอร์แรก

MT5 WebTrader

การที่เรามีคู่มือหรือแนวทางสำหรับสิ่งที่เราจะทำนั้น…ย่อมทำให้เราทำสิ่งนั้นๆ ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องของการ “เทรดหรือลงทุน” หากมีคู่มือดีๆ ก็ย่อมทำให้เราได้เทรดได้อย่างเข้าใจและไม่ผิดพลาดนั้นเองครับ บทความนี้จึงอยากพาทุกๆ ท่านไปแนะนำเกี่ยวกับคู่มือเริ่มต้นใช้งาน MT5 WebTrader และศึกษาเกี่ยวกับ “การล็อกอินถึงเปิดออเดอร์แรก” กันครับ จะเป็นอย่างไรบ้างนั้น…เราไปชมพร้อมๆ กันเลยครับ

คู่มือเริ่มต้นใช้งาน MT5 WebTrader

ขั้นตอนที่ 1: เข้าสู่ระบบ MT5 WebTrader

  1. เปิดเว็บเบราว์เซอร์: ใช้เบราว์เซอร์ที่คุณถนัด เช่น Chrome, Firefox, Safari, Edge
  2. ไปที่เว็บไซต์ของโบรกเกอร์ของคุณ: โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ที่ให้บริการ MT5 จะมีลิงก์ไปยัง WebTrader บนเว็บไซต์ของพวกเขา
  3. ค้นหาลิงก์ “WebTrader” หรือ “MT5 WebTrader”: โดยทั่วไปจะอยู่ในส่วนของแพลตฟอร์มการซื้อขาย หรือในหน้าล็อกอินบัญชี
  4. คลิกที่ลิงก์: หน้าล็อกอินของ MT5 WebTrader จะปรากฏขึ้น
  5. ป้อนข้อมูลบัญชี:
    • Login (หมายเลขบัญชี): ใส่หมายเลขบัญชีเทรด MT5 ของคุณ
    • Password (รหัสผ่าน): ใส่รหัสผ่านสำหรับบัญชีเทรด MT5 ของคุณ
    • Server (เซิร์ฟเวอร์): เลือกเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกต้องสำหรับบัญชีของคุณ (โบรกเกอร์จะแจ้งข้อมูลนี้ให้คุณ)
  6. คลิกปุ่ม “Login” หรือ “เข้าสู่ระบบ”: เมื่อข้อมูลถูกต้อง คุณจะเข้าสู่หน้าหลักของ MT5 WebTrader

ขั้นตอนที่ 2: ทำความเข้าใจหน้าจอหลัก

หน้าจอหลักของ MT5 WebTrader โดยทั่วไปจะประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้:

  1. แถบเมนู (ด้านบน): มีเมนูสำหรับจัดการบัญชี, กราฟ, เครื่องมือ, และการตั้งค่าต่างๆ
  2. Market Watch (แสดงราคา – ด้านซ้าย): แสดงรายการคู่สกุลเงิน, สินค้าโภคภัณฑ์, หรือสินทรัพย์อื่นๆ พร้อมราคา Bid และ Ask
  3. Chart Window (หน้าต่างกราฟ – ตรงกลาง): แสดงกราฟราคาของสินทรัพย์ที่คุณเลือก
  4. Toolbox (กล่องเครื่องมือ – ด้านล่าง): มีแท็บต่างๆ เช่น Trade (สถานะการซื้อขาย), History (ประวัติการซื้อขาย), News (ข่าวสาร), และ Mailbox (กล่องจดหมาย)

ขั้นตอนที่ 3: การจัดการ Market Watch (แสดงราคา)

  • การเพิ่มคู่สกุลเงิน/สินทรัพย์:
    1. คลิกที่สัญลักษณ์ “+” หรือข้อความที่ระบุว่า “Click to add symbol” ที่ด้านบนของหน้าต่าง Market Watch
    2. พิมพ์ชื่อคู่สกุลเงินหรือสินทรัพย์ที่คุณต้องการเพิ่ม
    3. คลิกที่ชื่อเมื่อปรากฏขึ้นในรายการ
    4. คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์นั้นจะถูกเพิ่มเข้าไปในรายการ Market Watch
  • การดูกราฟ: คลิกขวาที่คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ในรายการ Market Watch แล้วเลือก “Chart Window” หรือลากคู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ไปวางบนพื้นที่กราฟ
  • ข้อมูลเพิ่มเติม: คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติม เช่น Spread, High, Low โดยคลิกขวาที่หัวของคอลัมน์ แล้วเลือกข้อมูลที่คุณต้องการแสดง

ขั้นตอนที่ 4: การจัดการกราฟ

  • การเปลี่ยน Timeframe: คลิกที่เมนู “Periodicity” (มักจะเป็นสัญลักษณ์นาฬิกาหรือตัวย่อของ Timeframe ปัจจุบัน เช่น M1, H1) ที่อยู่เหนือกราฟ แล้วเลือก Timeframe ที่ต้องการ
  • การเปลี่ยนประเภทกราฟ: คลิกที่เมนู “Chart Type” (มักจะเป็นสัญลักษณ์แท่งเทียน, เส้น, หรือแท่ง) ที่อยู่เหนือกราฟ แล้วเลือกประเภทกราฟที่ต้องการ (Candlesticks, Bar Chart, Line Chart)
  • การเพิ่ม Indicators:
    1. คลิกที่เมนู “Indicators” (มักจะเป็นสัญลักษณ์ “f(x)”) ที่อยู่เหนือกราฟ
    2. เลือกหมวดหมู่ของ Indicators
    3. คลิกที่ชื่อ Indicator ที่ต้องการเพิ่ม
    4. ปรับการตั้งค่า (ถ้าต้องการ) แล้วคลิก “OK”
  • การเพิ่ม Objects (เส้น, รูปทรง):
    1. คลิกที่เมนู “Objects” (มักจะเป็นสัญลักษณ์รูปทรงต่างๆ เช่น เส้น, สี่เหลี่ยม) ที่อยู่เหนือกราฟ
    2. เลือกประเภท Object ที่ต้องการวาด
    3. คลิกบนกราฟในตำแหน่งที่คุณต้องการเริ่มวาด แล้วลากเพื่อปรับขนาดและตำแหน่ง
  • การลบ Indicators/Objects: คลิกขวาบน Indicator หรือ Object ที่ต้องการลบ แล้วเลือก “Delete” หรือเปิดหน้าต่าง “Objects List” (โดยคลิกขวาบนกราฟแล้วเลือก “Objects List”) เลือกรายการที่ต้องการลบแล้วคลิก “Delete”

ขั้นตอนที่ 5: การส่งคำสั่งซื้อขาย

  1. New Order (คำสั่งใหม่):
    • คลิกที่ปุ่ม “New Order” (มักจะเป็นปุ่มที่มีเครื่องหมาย “+”) ที่อยู่เหนือกราฟ หรือในแถบเมนู
    • หรือคลิกขวาบนกราฟ แล้วเลือก “Trading” -> “New Order”
    • หรือดับเบิลคลิกที่คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ในหน้าต่าง Market Watch
  2. ตั้งค่าคำสั่ง:
    • Symbol: คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ที่จะทำการซื้อขาย (จะถูกเลือกไว้แล้วหากเปิดจากกราฟหรือ Market Watch)
    • Volume: ขนาด Lot ที่ต้องการซื้อขาย
    • Stop Loss (SL): ระดับราคาที่คุณต้องการตั้ง Stop Loss (ถ้ามี)
    • Take Profit (TP): ระดับราคาที่คุณต้องการตั้ง Take Profit (ถ้ามี)
    • Type: เลือกประเภทคำสั่ง:
      • Market Execution: ซื้อขายทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน
      • Pending Order: ตั้งคำสั่งล่วงหน้า (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop)
  3. ส่งคำสั่ง:
    • สำหรับ Market Execution: คลิกที่ปุ่ม “Buy by Market” (ซื้อที่ราคาตลาด) หรือ “Sell by Market” (ขายที่ราคาตลาด)
    • สำหรับ Pending Order: ตั้งค่าราคาที่ต้องการให้คำสั่งทำงาน และวันหมดอายุ (ถ้ามี) แล้วคลิกปุ่ม “Place”

ขั้นตอนที่ 6: การจัดการสถานะการซื้อขาย

  • ดูสถานะ: ไปที่แท็บ “Trade” ในหน้าต่าง Toolbox คุณจะเห็นรายการออเดอร์ที่เปิดอยู่, ราคา, กำไร/ขาดทุน, และข้อมูลอื่นๆ
  • การแก้ไขออเดอร์: คลิกขวาที่ออเดอร์ที่ต้องการแก้ไข แล้วเลือก “Modify” เพื่อปรับ Stop Loss หรือ Take Profit
  • การปิดออเดอร์: คลิกที่ปุ่ม “X” ที่อยู่ทางขวาของออเดอร์ที่ต้องการปิด หรือคลิกขวาที่ออเดอร์แล้วเลือก “Close Order”

ขั้นตอนที่ 7: การดูประวัติการซื้อขาย

  • ไปที่แท็บ “History” ในหน้าต่าง Toolbox คุณจะเห็นรายการการเทรดที่ปิดไปแล้ว พร้อมรายละเอียดต่างๆ

ขั้นตอนที่ 8: การใช้งาน News และ Mailbox

  • News (ข่าวสาร): คลิกที่แท็บ “News” เพื่ออ่านข่าวสารทางเศรษฐกิจและการเงิน (ถ้าโบรกเกอร์มีให้บริการ)
  • Mailbox (กล่องจดหมาย): คลิกที่แท็บ “Mailbox” เพื่ออ่านข้อความจากโบรกเกอร์หรือ MetaQuotes

การล็อกอินถึงเปิดออเดอร์แรกบน MT5 WebTrader ทำอย่างไร?

เปิดหน้าต่าง “New Order” (คำสั่งใหม่) มีหลายวิธีในการเปิด:

  • วิธีที่ 1 (ปุ่ม “New Order”): มองหาปุ่ม “New Order” (มักจะมีเครื่องหมาย “+”) ที่อยู่เหนือกราฟ หรือในแถบเมนูหลัก แล้วคลิก
  • วิธีที่ 2 (คลิกขวาบนกราฟ): คลิกขวาบนกราฟในบริเวณที่คุณต้องการเปิดออเดอร์ แล้วเลือก “Trading” -> “New Order”
  • วิธีที่ 3 (ดับเบิลคลิกใน Market Watch): ดับเบิลคลิกที่คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ในหน้าต่าง “Market Watch”

►   ตั้งค่าคำสั่งซื้อขาย ในหน้าต่าง “New Order” ให้ตั้งค่าดังนี้:

  • Symbol: คู่สกุลเงิน/สินทรัพย์ที่คุณต้องการเทรด (ควรจะถูกเลือกไว้แล้ว)
  • Volume: ขนาด Lot ที่คุณต้องการซื้อขาย (กำหนดตามกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงของคุณ)
  • Stop Loss (SL): (ไม่บังคับ) ระดับราคาที่คุณต้องการตั้ง Stop Loss เพื่อจำกัดการขาดทุน หากราคาเคลื่อนไหวไม่เป็นไปตามที่คุณคาดการณ์
  • Take Profit (TP): (ไม่บังคับ) ระดับราคาที่คุณต้องการตั้ง Take Profit เพื่อทำกำไร เมื่อราคาเคลื่อนไหวไปยังเป้าหมายของคุณ
  • Type: เลือกประเภทคำสั่ง:
    • Market Execution: หากคุณต้องการเปิดออเดอร์ทันทีที่ราคาตลาดปัจจุบัน ให้เลือก “Market Execution”
    • Pending Order: หากคุณต้องการตั้งคำสั่งล่วงหน้า (เช่น Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop) ให้เลือก “Pending Order” และตั้งค่าราคาที่ต้องการให้คำสั่งทำงาน

►  ส่งคำสั่ง

  • สำหรับ “Market Execution”: คลิกที่ปุ่ม “Buy by Market” (หากคุณคาดการณ์ว่าราคาจะขึ้น) หรือ “Sell by Market” (หากคุณคาดการณ์ว่าราคาจะลง)
  • สำหรับ “Pending Order”: ตั้งค่าราคาที่ต้องการให้คำสั่งทำงาน และวันหมดอายุ (ถ้าต้องการ) แล้วคลิกปุ่ม “Place”

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “คู่มือเริ่มต้นใช้งาน MT5 WebTrader: จากล็อกอินถึงเปิดออเดอร์แรก” ที่เราได้นำมาฝากทุกๆ ท่านกันครับ หวังว่าจะช่วยให้ท่านเข้าใจขั้นตอนกันมากขึ้นนะครับ